รถเข็นของฉัน0item(s)

คุณยังไม่ได้เลือกสินค้าใส่รถเข็น



Product was successfully added to your shopping cart.

ความแตกต่างระหว่าง H264,H264+ และH.265

30/3/2017

ในบทความที่แล้วเราได้รู้จัก H.264,H.264+ และH.265 กันแล้ว

สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านสามารถเข้าไปดูบทความมารู้จักกับ H.264 ที่เราเห็นในเครื่องบันทึกสำหรับกล้องวงจรปิดมันคืออะไร

https://www.karethailand.com/h264

สำหรับบทความนี้ ได้มีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมาคือ H.264+ ซึ้งแน่นอนว่า เจ้า H264+ นี้ ต้องดีกว่า H264 แบบเดิมแน่นอน

H264 + นั้น มีการปรับปรุงการเข้ารหัสที่ดีขึ้น ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น 20 - 50 % จาก H264

ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บลดไปได้มาก ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น พื้นที่จัดเก็บจะมีปริมาณน้อยลงด้วยคุณภาพของภาพที่เท่าเดิม

ตารางเปรียบเทียบการจัดเก็บข้อมูล

 

Storage
  H.264 Plus: H.264: Saved Storage:
Still Scene: 16158 Kbps 40822 Kbps 60.42%
Moving Scene: 37351 Kbps 47338 Kbps 21.10%

จากตารางจะเห็นว่า การจัดเก็บข้อมูลในซีนที่อยู่นิ่ง จะเห็นว่า H.264+ มีอัตราการจัดเก็บน้อยกว่า H.264 ถึง 60 %

และซีนที่มีการเคลื่อนไหว  H.264 + มีอัตราการจัดเก็บน้อยกว่า H.264 ถึง 21 %

 

ตารางเปรียบเทียบการใช้งานเครือข่าย

Network Traffic
  H.264 Plus: H.264: Saved Bandwidth:
Still Scene: 180 Kbps 300 Kbps 40.00%
Moving Scene: 790 Kbps 950 Kbps 16.84%

 

จากตารางจะเห็นว่า การใช้งาน Network ในซีนที่อยู่นิ่ง จะเห็นว่า H.264+ มีอัตราการใช้งานน้อยกว่า H.264 ถึง 40 %

 

และซีนที่มีการเคลื่อนไหว  H.264+ มีอัตราการใช้งานน้อยกว่า H.264 ถึง 16 %

 

สำหรับเครื่องบันทึกภาพ KARE K-Series 4 , 8  และ 16 ช่อง รองรับเทคโนโลยี H.264+ แล้วนะครับ

 

เรามารู้จักกับ H.265 ต่อเลยครับ

H.265 เป็นการบีบอัดวีดีโอรูปแบบใหม่ ที่ต่อเนื่องมาจาก H.264 ถูกพัฒนาขึ้นโดย ITU-T Video Coding Experts Group (VCEG)
22 ตุลาคม 2012 Ericsson ประกาศตัวว่าเป็นคนแรกของโลกที่เปิดตัวการเข้ารหัสแบบ H.265 ภายใต้ชื่อ High Efficiency Video Coding (HEVC) โดยหน่วยงาน ITU-T เป็นคนรับรองมาตรฐาน

H.265 กล่าวว่า สามารถบีบอัดข้อมูลได้เป็นสองเท่าของ H.264 ด้วยระดับคุณภาพของภาพเท่ากัน สามารถรองรับคุณภาพของภาพหลากหลายที่ Bit Rate เท่าๆกัน และสามารถรองรับ 8K UHD ความละเอียด 8192 x 4320

H.265 ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการบีบอัดมากกว่า H.264 โดย Bitrate ลงไปครึ่งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการทำงานของ applicationด้วย H.265 จะลดความซับซ้อนการคำนวณการเข้ารหัสลง ทำให้บีบอัดได้ดีขึ้น ขณะที่ H.264 ส่งข้อมูลระดับ SD ที่ 1Mbps แต่ H.265 สามารถส่งข้อมูลได้ถึง 720P หรือ (1280 x 720) และ HD ที่ 1-2Mbps

บริษัทใหญ่ฝั่ง IT เช่น Qualcomm Broadcom และ Huawei ได้ออก Products ที่เป็น H.265 ซึ่งหวังว่าจะมาแทนที่ H.264 และจะเป็นมาตรฐานระดับสากลต่อไป

H.265 ทำไมถึงเหนือกว่า H.264?

การเข้ารหัสของ H.265/HEVC จะมีลักษณะคล้ายๆ กันกับ H.264/AVC ที่มี inter-/ intra-picture prediction, transform coding, quantization, deblocking filter, and entropy coding แต่ H.265/HEVC จะประกอบด้วย หน่วย โค๊ดดิ่ง coding units (CUs), หน่วยการคาดการณ์ predict units (PUs) และหน่วยการเปลี่ยนถ่าย transform units (TUs).

เปรียบเทียบระหว่าง H.264 กับ H.265 มีกระบวนการที่แตกต่างกันในการแบบอัด ที่จำนวน Block H.264 จะใช้อยู่ที่ 16x16 pixel ขณะที่ H.265 จะสามารถเลือกจาก 8x8, 16x16 ถึง 64x64 pixels. ส่วนที่วิเคราะห์ว่าอะไรที่จะแบ่ง CUs ออกเป็นหลายขนาดนั้นตัวอย่างเช่น ตัวของรถในที่จอดรถ การเข้ารหัสจะใช้ Block ที่ใหญ่ในการเข้ารหัสพื้นหลัง (Background) ที่จะบรรจุข้อมูลจำนวนน้อย

H.265 จะใช้โหมดการกำหนดทาง 33 directional modes สำหรับการคาดคะเน (intra-prediction), เปรียบเทียบกับ H.264 จะใช้โหมดการกำหนดทิศทางเพียง 8 directional modes สำหรับการคาดคะเน intra-prediction ที่คุณภาพภาพเหมือนกัน H.265 จะบีบอัดได้ถึง 39 to 44% เทียบกับH.264. ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกัน

มาตรฐานการบีบอัดวิดีโอต่าง ๆ ย่อมมีเป้าหมายเพื่อให้มีอัตราการบีบอัดข้อมูลสูงๆ นั่นคือใช้อัตราบิตน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาคุณภาพระดับเดิมไว้ได้ โดยวิธีการวัดประสิทธิภาพการเข้ารหัสของแต่ละมาตรฐานนั้นมีอยู่สองวิธี วิธีแรกคือใช้ตัวชี้วัด เช่น peak signal-to-noise ratio (PSNR) วิธีที่สองคือประเมินจากคุณภาพของวิดีโอซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมมากกว่าเนื่องจากเป็นสิ่งผู้ชมวิดีโอสัมผัสได้จริง

ที่มา : https://www.interconnect.co.th/knowledge.php?id=16